โดยทั่วไปแล้ว การรับประทานยาควรดื่มน้ำตาม โดยเฉพาะการรับประทานยา
เม็ดทั้งนี้เพื่อเพิ่มการแตกตัวหรือการกระจายตัวของยาออกเป็นอนุภาคเล็กๆ ยาจะได้ดูด
ซึมได้ดี โดยเฉพาะยาแคบซูลที่มักพบว่ามักไม่ดื่มน้ำตาม เนื่องจากเปลือกลื่น หลายท่านจึง
กลืนสะดวกโดยไม่ดื่มน้ํา ส่งผลให้โอกาสที่แคปซูลจะเปื่อยยุ่ยก็จะยากขึ้น ดังนั้นอาจทําให้
ยาออกฤทธิ์ได้ช้า เพราะไม่สามารถกระจายตัวออกจากแคปซูล ยาเม็ดก็เช่นเดียวกัน
ทดสอบง่าย ๆ โยนยาลงไปในแก้วน้ํา 2 ใบ ใบหนึ่งมีน้ํามาก อีกใบน้ำอยู่ก้นถ้วย ลองดูการ
กระจายตัวของยาเปรียบเทียบกัน นอกจากนี้ยาบางรายการเช่น ยากลุ่มซัลฟา ไม่ว่าจะ
รับประทานในรูปยาเม็ด หรือยาน้ําสําหรับเด็ก ในขณะที่ใช้ยานี้อยู่ ควรดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อ
เพิ่มปริมาณปัสสาวะ ช่วยให้ไตทํางาน หรือขับยาได้ดี ลดความเป็นพิษต่อไตที่อาจเกิดขึ้น
ดังนั้นเพื่อลดอาการติดคอ เพิ่มการละลาย ลดความเป็นพิษต่อไต ทําให้ยาขับถ่ายออกได้ดี
หลังรับประทานยาจึงควรดื่มน้ำตามมากๆ
Medtang
Custom Search
วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554
ยาก่อนอาหารและหลังอาหาร รับประทานรวมกันครั้งเดียวได้ไหม
ไม่ได้เนื่องจากยาที่รับประทานก่อนอาหารต้องรับประทานตอนท้องว่างเท่านั้น
รับประทานหลังอาหารไม่ได้ แต่ยาหลังอาหารถ้าไม่ได้รับประทานอาหารอาจจะ
รับประทานได้ในบางกรณี เนื่องจากยาที่ให้รับประทานหลังอาหารเพราะต้องการให้สะดวก
ต่อการรับประทานยา แต่ยกเว้นยาบางชนิดที่ต้อง รับประทานยาหลังรับประทานอาหาร
ทันที เช่น ยาแก้ปวดข้อเกือบทุกชนิด เนื่องจากยาอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือ
ทําให้เกิดโรคกระเพาะอาหารตามมาได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือไม่ควรนํายาต่างเวลามา
รวมกันแล้วรับประทานครั้งเดียว ซึ่งนอกเหนือจากเวลาไม่เหมาะสม ยังอาจเกิดการไม่เข้า
กันของยาได้
รับประทานหลังอาหารไม่ได้ แต่ยาหลังอาหารถ้าไม่ได้รับประทานอาหารอาจจะ
รับประทานได้ในบางกรณี เนื่องจากยาที่ให้รับประทานหลังอาหารเพราะต้องการให้สะดวก
ต่อการรับประทานยา แต่ยกเว้นยาบางชนิดที่ต้อง รับประทานยาหลังรับประทานอาหาร
ทันที เช่น ยาแก้ปวดข้อเกือบทุกชนิด เนื่องจากยาอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือ
ทําให้เกิดโรคกระเพาะอาหารตามมาได้ ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือไม่ควรนํายาต่างเวลามา
รวมกันแล้วรับประทานครั้งเดียว ซึ่งนอกเหนือจากเวลาไม่เหมาะสม ยังอาจเกิดการไม่เข้า
กันของยาได้
ยาก่อนอาหารมื้อกลางวัน หากนึกได้ตอนจะรับประทานข้าวเที่ยง จะทำอย่างไร
วิธีที่ถูกต้องในการรับประทานยาก่อนอาหาร คือ รับประทานยาก่อนรับประทาน
อาหารประมาณ 30-60 นาที หากลืมและนึกได้ก่อนรับประทาน อาหาร วิธีที่ส่งผลกระทบ
น้อยที่สุด คือรับประทาน ยาเดี๋ยวนั้น และเลื่อนเวลารับประทานอาหารออกไป อย่างน้อย
30 นาที แต่หากนึกได้ขณะรับประทานอาหาร ให้รับประทานยาหลังจากรับประทาน
อาหารไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากยาที่ต้องรับประทานก่อนอาหารเป็นยาที่ดูดซึม
ได้ดีที่สุดในขณะที่ท้องว่าง ดังนั้นจึงต้องรอให้อาหารนั้นย่อยก่อนให้หมดถึงจะรับประทาน
ยาได้ วิธีนี้ใช้ได้กับยาที่รับประทานก่อนอาหารทุกมื้อ
แต่ถ้าลืมรับประทานยาหลังอาหารอันนี้ไม่ยาก ก็ให้รับประทานทันทีที่นึกได้แต่
ถ้าอีก 1-2 ชั่วโมงใกล้ถึงมื้อถัดไปแล้วก็ให้เว้นมื้อนี้เสีย แล้วรับประทานมื้อถัดไปได้เลยโดย
ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า วิธีนี้เหมาะกับยาที่รับประทาน วันละ 3-4 ครั้ง เพราะมัก
เป็นยาที่ออกฤทธิ์ไม่นาน และขนาดยาที่ใช้มักไม่เป็นขนาดสูงสุดที่สามารถให้ได้
อาหารประมาณ 30-60 นาที หากลืมและนึกได้ก่อนรับประทาน อาหาร วิธีที่ส่งผลกระทบ
น้อยที่สุด คือรับประทาน ยาเดี๋ยวนั้น และเลื่อนเวลารับประทานอาหารออกไป อย่างน้อย
30 นาที แต่หากนึกได้ขณะรับประทานอาหาร ให้รับประทานยาหลังจากรับประทาน
อาหารไปแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากยาที่ต้องรับประทานก่อนอาหารเป็นยาที่ดูดซึม
ได้ดีที่สุดในขณะที่ท้องว่าง ดังนั้นจึงต้องรอให้อาหารนั้นย่อยก่อนให้หมดถึงจะรับประทาน
ยาได้ วิธีนี้ใช้ได้กับยาที่รับประทานก่อนอาหารทุกมื้อ
แต่ถ้าลืมรับประทานยาหลังอาหารอันนี้ไม่ยาก ก็ให้รับประทานทันทีที่นึกได้แต่
ถ้าอีก 1-2 ชั่วโมงใกล้ถึงมื้อถัดไปแล้วก็ให้เว้นมื้อนี้เสีย แล้วรับประทานมื้อถัดไปได้เลยโดย
ไม่ต้องเพิ่มขนาดยาเป็นสองเท่า วิธีนี้เหมาะกับยาที่รับประทาน วันละ 3-4 ครั้ง เพราะมัก
เป็นยาที่ออกฤทธิ์ไม่นาน และขนาดยาที่ใช้มักไม่เป็นขนาดสูงสุดที่สามารถให้ได้
รับประทานยาตอนท้องว่างหมายความว่าอย่างไร
ยาบางชนิดอาหารจะมีผลต่อการดูดซึมของยานั้น โดยทําให้มีการดูดซึมยาลดลง
หรือบางขนานจะไม่ทนกรดในกระเพาะ เช่น ยาปฏิชีวนะบางตัว ได้แก่ เพนิซิลลิน อิริโธร
มัยซิน เมื่อรับประทานหลังอาหาร อาหารจะกระตุ้นให้มีการหลั่งกรดออกมาย่อยอาหาร
เหล่านั้น กรดก็จะมีผลทําลายยาเหล่านี้ได้หากรับประทานหลังอาหาร หรือยา บางรายการ
จะจับกับสารอาหารทําให้ไม่ดูดซึม ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาเหล่านี้พร้อม
หรือใกล้มื้ออาหาร แพทย์ หรือเภสัชกรจึงแนะนําให้รับประทานตอนท้องว่าง โดย
รับประทานยาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือ รับประทานหลังอาหาร 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยา
ลดกรดเองก็อาจแนะนําให้รับประทานตอนท้องว่าง เพราะต้องการให้ยาเคลือบผนัง
กระเพาะได้ดี
หรือบางขนานจะไม่ทนกรดในกระเพาะ เช่น ยาปฏิชีวนะบางตัว ได้แก่ เพนิซิลลิน อิริโธร
มัยซิน เมื่อรับประทานหลังอาหาร อาหารจะกระตุ้นให้มีการหลั่งกรดออกมาย่อยอาหาร
เหล่านั้น กรดก็จะมีผลทําลายยาเหล่านี้ได้หากรับประทานหลังอาหาร หรือยา บางรายการ
จะจับกับสารอาหารทําให้ไม่ดูดซึม ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาเหล่านี้พร้อม
หรือใกล้มื้ออาหาร แพทย์ หรือเภสัชกรจึงแนะนําให้รับประทานตอนท้องว่าง โดย
รับประทานยาก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือ รับประทานหลังอาหาร 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ยา
ลดกรดเองก็อาจแนะนําให้รับประทานตอนท้องว่าง เพราะต้องการให้ยาเคลือบผนัง
กระเพาะได้ดี
วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554
ฉลากยาบอก “รับประทานหลังอาหารทันที” รับประทานหลังนมแทนได้ไหม
ยารับประทานหลังอาหาร หากรับประทานพร้อมนม อาจมีทั้งทําได้ และทําไม่ได้
คําว่า อาหาร นั้นหมายถึงอะไรได้บ้าง โดยทั่วไปมักจะเข้าใจว่าคือ ข้าว เพียงอย่างเดียว
ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน นอกจากข้าวแล้วจะรับประทานนม หรือ
ขนมปัง หรืออาหารประเภทใด ๆ ก็ได้ ทั้งสิ้น เพราะยาบางตัวมีผลระคายเคือง
กระเพาะอาหาร เราหวัง ใ ห้อาหารที่ รับประทานเข้าไปจะช่วยป้องกันกระเพาะ อาหาร
ลดการระคาย เคืองจากยาโดยตรง ดังนั้นจึงช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาได้
แต่มียาบางตัว เช่น ยาฆ่าเชื้อนอร์ฟลอกซา ซิน, ซิโปรฟลอกซาซิน และ โอฟลอกซาซิน
ไม่ควรรับประทานร่วมกับนม โดยนมจะลดการ ดูดซึมยา ให้รับประทานยาหลังอาหาร (ข้าว)
และดื่มน้ําเปล่าตาม บางครั้งนมก็ไปจับกับยา ทําให้เป็นโมเลกุลใหญ่ ไม่ดูดซึม
ดังนั้นบ่อยครั้ง อาจได้รับยาที่เภสัชกรแนะนําว่าให้ รับประทานหลังอาหาร
แต่ไม่ควรรับประทานพร้อมนมหรือยาลดกรด
คําว่า อาหาร นั้นหมายถึงอะไรได้บ้าง โดยทั่วไปมักจะเข้าใจว่าคือ ข้าว เพียงอย่างเดียว
ซึ่งอาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน นอกจากข้าวแล้วจะรับประทานนม หรือ
ขนมปัง หรืออาหารประเภทใด ๆ ก็ได้ ทั้งสิ้น เพราะยาบางตัวมีผลระคายเคือง
กระเพาะอาหาร เราหวัง ใ ห้อาหารที่ รับประทานเข้าไปจะช่วยป้องกันกระเพาะ อาหาร
ลดการระคาย เคืองจากยาโดยตรง ดังนั้นจึงช่วยลดอาการไม่พึงประสงค์จากยาได้
แต่มียาบางตัว เช่น ยาฆ่าเชื้อนอร์ฟลอกซา ซิน, ซิโปรฟลอกซาซิน และ โอฟลอกซาซิน
ไม่ควรรับประทานร่วมกับนม โดยนมจะลดการ ดูดซึมยา ให้รับประทานยาหลังอาหาร (ข้าว)
และดื่มน้ําเปล่าตาม บางครั้งนมก็ไปจับกับยา ทําให้เป็นโมเลกุลใหญ่ ไม่ดูดซึม
ดังนั้นบ่อยครั้ง อาจได้รับยาที่เภสัชกรแนะนําว่าให้ รับประทานหลังอาหาร
แต่ไม่ควรรับประทานพร้อมนมหรือยาลดกรด
วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554
มักลืมรับประทานยาบางครั้งก็ลืมวิธีใช้จะทำอย่างไรให้ไม่ลืม
สําหรับผู้ป่วยที่รับประทานยา เป็นครั้งคราว มักมีโอกาสลืมรับประทานยาง่าย
กว่าผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยา ต่อเนื่อง มีข้อเสนอแนะมากมาย อย่างไรก็ตามผู้ลืม
รับประทานยาจะเป็นผู้ที่บอกได้ดีว่า ที่ตนเองลืมมีสาเหตุจากอะไร หรือลืมอย่างไร ใช้วิธีที่
เหมาะกับตนเอง ข้อเสนอแนะเช่น
1. จดเป็นข้อความเล็ก ๆ เตือนเอาไว้ว่าต้องรับประทานยาอะไรบ้าง โดยติด
บริเวณที่เห็นได้ง่ายเช่น ลูกบิ ดประตูก่อนออกจากบ้าน หรือบริเวณที่นั่ง
ทํางาน หรือที่มีกิจกรรมตลอดเวลา
2. หากมีมือถือ จะตั้งให้เตือนเหมือนนาฬิกาปลุกตามเวลาที่รับประทานยา
3. โยงเรื่องเวลารับประทานยากับกิจกรรมที่ต้องทําในช่วงเวลานั้น และท่องซ้ํา
ไปมา เพื่อบันทึกความจําตนเอง
4. ทําแบบบันทึกลักษณะปฏิทินยาโ ดยแบ่งช่องในแต่ละวันตามจํานวนครั้งที่
ต้องรับประทานยา แล้วกากบาทหรือทําเครื่องหมายทุกครั้งเมื่อรับประทาน
ยาในมื้อนั้น ๆ แล้ว
5. จัดยาเป็นรายสัปดาห์โดยใช้กล่องบรรจุยาที่มีจําหน่ายในลักษณะที่เป็นมื้อ
6. หาข้อมูลจากแพทย์ เภสัชกร ว่ายาดังกล่าวหากลืมรับประทาน จะก่อให้เกิด
ผลเสียอย่างไรตามมา เพื่อสร้างความตระหนัก ซึ่งอาจช่วยให้ลดการลืม
รับประทานยา
7. หาข้อมูล คําแนะนํา หรือวิธีการปฏิบัติ หากลืมรับประทานยาจะต้องทํา
อย่างไร
8. ไม่นํายามารวมกัน ให้เก็บยาในภาชนะที่ใส่มาหรือได้รับจากสถานพยาบาล
จะช่วยให้ลดการจดจําวิธีใช้ยา เพราะภาชนะจากสถานพ ยาบาลจะมีวิธีใช้
ยาอยู่ และยังลดการสับสน
9. หลีกเลี่ยงการนํายาออกจากซองทั้งหมดมากองรวมกัน เพราะจะจําไม่ได้ว่า
มาจากซองใด มักพบว่ามีการใส่กลับคืนคลาดเคลื่อน
ก็เป็นข้อเสนอแนะส่วนหนึ่ง ผู้ใช้ยาต้องพิจารณาว่าอะไรเป็นปัจจัยที่มักทําให้ลืม และแก้ไข
กว่าผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยา ต่อเนื่อง มีข้อเสนอแนะมากมาย อย่างไรก็ตามผู้ลืม
รับประทานยาจะเป็นผู้ที่บอกได้ดีว่า ที่ตนเองลืมมีสาเหตุจากอะไร หรือลืมอย่างไร ใช้วิธีที่
เหมาะกับตนเอง ข้อเสนอแนะเช่น
1. จดเป็นข้อความเล็ก ๆ เตือนเอาไว้ว่าต้องรับประทานยาอะไรบ้าง โดยติด
บริเวณที่เห็นได้ง่ายเช่น ลูกบิ ดประตูก่อนออกจากบ้าน หรือบริเวณที่นั่ง
ทํางาน หรือที่มีกิจกรรมตลอดเวลา
2. หากมีมือถือ จะตั้งให้เตือนเหมือนนาฬิกาปลุกตามเวลาที่รับประทานยา
3. โยงเรื่องเวลารับประทานยากับกิจกรรมที่ต้องทําในช่วงเวลานั้น และท่องซ้ํา
ไปมา เพื่อบันทึกความจําตนเอง
4. ทําแบบบันทึกลักษณะปฏิทินยาโ ดยแบ่งช่องในแต่ละวันตามจํานวนครั้งที่
ต้องรับประทานยา แล้วกากบาทหรือทําเครื่องหมายทุกครั้งเมื่อรับประทาน
ยาในมื้อนั้น ๆ แล้ว
5. จัดยาเป็นรายสัปดาห์โดยใช้กล่องบรรจุยาที่มีจําหน่ายในลักษณะที่เป็นมื้อ
6. หาข้อมูลจากแพทย์ เภสัชกร ว่ายาดังกล่าวหากลืมรับประทาน จะก่อให้เกิด
ผลเสียอย่างไรตามมา เพื่อสร้างความตระหนัก ซึ่งอาจช่วยให้ลดการลืม
รับประทานยา
7. หาข้อมูล คําแนะนํา หรือวิธีการปฏิบัติ หากลืมรับประทานยาจะต้องทํา
อย่างไร
8. ไม่นํายามารวมกัน ให้เก็บยาในภาชนะที่ใส่มาหรือได้รับจากสถานพยาบาล
จะช่วยให้ลดการจดจําวิธีใช้ยา เพราะภาชนะจากสถานพ ยาบาลจะมีวิธีใช้
ยาอยู่ และยังลดการสับสน
9. หลีกเลี่ยงการนํายาออกจากซองทั้งหมดมากองรวมกัน เพราะจะจําไม่ได้ว่า
มาจากซองใด มักพบว่ามีการใส่กลับคืนคลาดเคลื่อน
ก็เป็นข้อเสนอแนะส่วนหนึ่ง ผู้ใช้ยาต้องพิจารณาว่าอะไรเป็นปัจจัยที่มักทําให้ลืม และแก้ไข
ประเด็นนั้นเป็นสําคัญ
วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2554
อ่านหนังสือไม่ได้ จะทำอย่างไรจึงรับประทานยาได้ถูกต้อง
หลายท่านคงประสบปัญหามีญาติ เช่น คุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่า พ่อ แม่ ที่
อายุมากๆ อ่านหนังสือไม่ออก หรือมองตัวหนังสือเล็กๆ ไม่เห็น ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักทําให้
การควบคุมโรคที่เป็นอยู่ไม่ดีนักหรือไม่ ทุเลา เนื่องจากรับประทานยาได้ไม่ถูกต้อง ซึ่งการ
รับประทานยาเป็นส่วนสําคัญในการรักษา
โรคต่างๆ ดังนั้นแนวทางแก้ไขเช่น
1) ให้มีคนจัดยาให้ผู้ป่วยรับประทาน เช่น ผู้ที่ดูแลใกล้ชิด หรืออยู่กับผู้ป่วย หรือ
อาจจัดยาใส่กล่องหรืออุปกรณ์ช่วย และทําสัญลักษณ์ที่เข้าใจตรงกันไว้ให้
2) เมื่อไปรับบริการจากสถานพยาบาลควรกําชับผู้ป่วยให้แจ้งแก่เภสัชกร หรือห้ องจ่ายยา
ว่าอ่านหนังสือไม่เข้าใจ หรือมองตัวหนังสือไม่ชัดเจน ซึ่ง หลายแห่งจะมีสัญลักษณ์เป็น
รูปภาพไว้แสดงความหมายของการรับประทานยา ขึ้นกับแต่ละโรงพยาบาลจัดทํา
เพื่อให้ผู้ป่วยในแ ต่ละแห่งเข้าใจตรงกัน ดังนั้นจึงขอยกตัวอย่างที่ส่วนใหญ่มักทําให้
เข้าใจตรงกัน สัญญลักษณ์ไก่และพระอาทิตย์ขึ้นหมายถึงเวลาเช้า พระ
อาทิตย์จ้า หมายถึงกลางวัน พระอาทิตย์สีดําตกน้ํา หมายถึงตอนเย็นแสงไม่มีแล้ว และ
เตียงนอน มีพระจันทร์ ดาว หมายถึงก่อนนอน
3) สัญญลักษณ์วงกลมหมายถึงยาเม็ด โดยมีขนาดที่รับประทานแตกต่างกันไป ตามที่ระบุ
ไว้ในกรอบ
อย่างไรก็ตามในระยะแรกผู้ที่ดูแลควรเป็นผู้จัดยาไว้ให้ ซึ่งอาจจัดแยกเป็นมื้อในแต่ละ
วันก่อนที่จะออกไปข้างนอกหรือทํางาน และเมื่อกลับมาก็พิจารณาว่ามียาเหลืออยู่หรือไม่
เพื่อให้คําแนะนําเพิ่มเติม สําหรับยาเม็ดหากไม่จําเป็นก็ไม่ควรแกะออกจากแผง เพราะจะ
ช่วยกันความชื้น หรือแสง หากยานั้นโดนความชื้นหรือแสงไม่ได้
อายุมากๆ อ่านหนังสือไม่ออก หรือมองตัวหนังสือเล็กๆ ไม่เห็น ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักทําให้
การควบคุมโรคที่เป็นอยู่ไม่ดีนักหรือไม่ ทุเลา เนื่องจากรับประทานยาได้ไม่ถูกต้อง ซึ่งการ
รับประทานยาเป็นส่วนสําคัญในการรักษา
โรคต่างๆ ดังนั้นแนวทางแก้ไขเช่น
1) ให้มีคนจัดยาให้ผู้ป่วยรับประทาน เช่น ผู้ที่ดูแลใกล้ชิด หรืออยู่กับผู้ป่วย หรือ
อาจจัดยาใส่กล่องหรืออุปกรณ์ช่วย และทําสัญลักษณ์ที่เข้าใจตรงกันไว้ให้
ว่าอ่านหนังสือไม่เข้าใจ หรือมองตัวหนังสือไม่ชัดเจน ซึ่ง หลายแห่งจะมีสัญลักษณ์เป็น
รูปภาพไว้แสดงความหมายของการรับประทานยา ขึ้นกับแต่ละโรงพยาบาลจัดทํา
เพื่อให้ผู้ป่วยในแ ต่ละแห่งเข้าใจตรงกัน ดังนั้นจึงขอยกตัวอย่างที่ส่วนใหญ่มักทําให้
เข้าใจตรงกัน สัญญลักษณ์ไก่และพระอาทิตย์ขึ้นหมายถึงเวลาเช้า พระ
อาทิตย์จ้า หมายถึงกลางวัน พระอาทิตย์สีดําตกน้ํา หมายถึงตอนเย็นแสงไม่มีแล้ว และ
เตียงนอน มีพระจันทร์ ดาว หมายถึงก่อนนอน
3) สัญญลักษณ์วงกลมหมายถึงยาเม็ด โดยมีขนาดที่รับประทานแตกต่างกันไป ตามที่ระบุ
ไว้ในกรอบ
อย่างไรก็ตามในระยะแรกผู้ที่ดูแลควรเป็นผู้จัดยาไว้ให้ ซึ่งอาจจัดแยกเป็นมื้อในแต่ละ
วันก่อนที่จะออกไปข้างนอกหรือทํางาน และเมื่อกลับมาก็พิจารณาว่ามียาเหลืออยู่หรือไม่
เพื่อให้คําแนะนําเพิ่มเติม สําหรับยาเม็ดหากไม่จําเป็นก็ไม่ควรแกะออกจากแผง เพราะจะ
ช่วยกันความชื้น หรือแสง หากยานั้นโดนความชื้นหรือแสงไม่ได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


