Medtang

Custom Search

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ยาหยอดตา ยาป้ายตา รูปแบบใดใช้ก่อน/หลัง

ในบางกรณีผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับผลิตภัณฑ์ยาตาสำหรับการรักษาใน 2 รูปแบบ คือ ได้รับทั้งยาหยอดตาและยาป้ายตาในเวลาเดียวกัน 

จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่าแล้วอย่างนี้เวลาใช้จะเลือกยารูปแบบไหนมาใช้ก่อนดี

 คำตอบคือ ถ้าได้รับยาหยอดตาและยาป้ายตาที่ต้องใช้ในเวลาเดียวกัน ให้ใช้ยาหยอดตาก่อนยาป้ายตาเสมอ โดยเว้นระยะห่างของการใช้ประมาณ 10 นาที 

หลักการง่าย ๆ ยาป้ายตามักเป็นขี้ผึ้ง อย่างที่เราเคยเห็นคือ หากหยดน้ำลงไปในตำแหน่งที่ทาขี้ผึ้ง น้ำจะกลิ้งออกไป ไม่สามารถซึมผ่านขี้ผึ้ง หากป้ายตาก่อน ขี้ผึ้งก็จะไปเคลือบลูกตา หยอดยาตาลงไป ก็มักจะไหลออกมาทางหางตาหมด เหมือนน้ำกลิ้งบนใบบัว

ยาหยอด 2 ขนานจะรู้ได้อย่างไรว่าต้องหยอดขวดไหนก่อน

ในการหยอดยาหยอดตาหลายๆชนิด อันที่จริงแล้วจะหยอดชนิดไหนก่อนก็ได้แต่ควรหยอดห่างกัน 5 นาที

 ยกเว้นในกรณีที่หยอดยาตาร่วมกับน้ำตาเทียม ควรหยอดยาชนิดอื่นก่อนน้ำตาเทียม เนื่องจากน้ำตาเทียมอาจลดประสิทธิภาพของยาที่ใช้ร่วมได้

 อย่างไรก็ตามหากได้ยาหยอดมา 2 ขวด ให้สอบถามแพทย์ เภสัชกร ว่าควรหยอดขวดใดก่อน เพราะบางขวดอาจเป็นยาขยายม่านตา หากหยอดก่อนอาจทำให้รู้สึกเบลอ เมื่อต้องหยอดยาตาอีกขวด

ยาป้ายตา ต้องป้ายยาวเท่าไร

การใช้ยาป้ายตาคล้ายกับการหยอด โดยให้ดึงหนังตาล่างลง บีบยาออกจากหลอดยาวประมาณครึ่งถึงหนึ่งเซนติเมตร ป้ายลงไปในกระพุ้งหนังตาล่าง ระวังอย่าให้ปลายหลอดยาแตะลูกตา หลับตา แล้วคลึงหนังตาเบา ๆหรือกรอกลูกตาไปมา เพื่อให้ยากระจายทั่วลูกตาแล้ว หลับตานิ่ง ๆ สักครู่ ถ้ายาเปื้อนภายนอกลูกตาให้ใช้สำลีหรือผ้าสะอาดเช็ดทิ้งไป

หยอดยา 1-2 หยด หยอดเกินเป็นอะไรไหม และหยอดอย่างไร

ควรใช้ยาในปริมาณตามที่แพทย์สั่ง เนื่องจากตัวยาบางชนิด เช่น ยาที่ใช้ลดความดันในตา การหยอดเกินคำสั่งแพทย์อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้


การหยอดยาหยอดตาที่ถูกต้อง

1. ล้างมือให้สะอาด เช็ดหรือปล่อยให้แห้ง

2. นำยาหยอดตาออกมาจากตู้เย็น กำขวดยาหยอดตาไว้ในมือเพื่อให้ยาอุ่นขึ้น เขย่าขวดเบา ๆ

3. เปิดขวดยาหยอดตา ซึ่งปัจจุบันมักมีที่หยดสำเร็จรูป ใช้มือข้างที่ถนัดถือขวดยาหยอดตา

4. นอน หรือนั่งแหงนหน้าไปด้านหลังเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้ของมืออีกข้างวางตำแหน่งใต้ตา และดึงเปลือกตาล่างลงมาเล็กน้อยให้เป็นกระพุ้ง

5. บีบขวดยาตา หรือบีบหลอดหยด ให้หยดยาตามแพทย์สั่งโดยมากมักเป็น 1-2 หยด ตำแหน่งที่หยอดคือหยอดลงในหนังตาด้านในที่สีแดงๆ เวลาหยอดกะให้หยดน้ำยาตกลงมา ระหว่างหยอดต้องระวังอย่าให้ปลายของหลอดยาหยอดตาไปแตะโดนหนังตาหรือขนตา เพราะจะพาเชื้อโรคเข้าไปปนเปื้อนได้ ระวังอย่าหยอดลงบนดวงตาโดยตรง เพราะบางคนอาจจะตกใจและเจ็บได้

6. หลับตา อาจใช้สำลีสะอาดเช็ดบริเวณหางตาที่น้ำยาส่วนที่เกินไหลออกมา

7. เอียงศีรษะในท่าเดิมสักครู่

8. นอน หรือนั่งพักและหลับตาประมาณ 2-3 นาที

9. ในขณะนั้น ให้ปิดขวดยาตา หรือวานคนอื่นช่วยปิด

10. ยาที่เกินอาจไหลผ่านท่อน้ำตาลงสู่ลำคอ ทำให้รับรู้รสขมได้ ไม่ต้องตกใจ
 

หยอดยาตาแล้วไหลออก จะหยอดเพิ่มได้ไหม อย่างไร

ไม่จำเป็นต้องหยอดเพิ่ม เนื่องจากกระพุ้งของหนังตา รับยาหยอดตาได้เพียงครั้งละ 1-2 หยด ส่วนที่เกินจึงอาจจะไหลออกมา

ยาหยอดตา ต้องใช้จนหมดขวดหรือไม่

มีทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น อย่างไรก็ตามยาหยอดตาหลังเปิดใช้แล้วต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่ชั้นวางปกติ อุณหภูมิประมาณ 2-8 องศาเซลซียส หากใช้ไม่หมดภายใน 1 เดือนให้ทิ้ง แม้ว่ายาจะยังเหลืออยู่ก็ตาม เนื่องจากยาหยอดตาแม้เป็นยาใช้ภายนอก แต่กระบวนการผลิตเน้นปราศจากเชื้อ การเก็บไม่เกิน 1 เดือนก็เนื่องจากกลัวการปนเปื้อนจากการหยอด แล้วส่งผลให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อในน้ำยาหยอดตาได้ คงเคยได้ยินข่าวการติดเชื้อที่ตาหลังการผ่าตัด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับน้ำเกลือที่ใช้ทำความสะอาดดวงตาขณะผ่าตัดอาจไม่ปราศจากเชื้อ เพราะฉะนั้นความสะอาดของยาที่ใช้กับดวงตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ยาหยอดตาที่ได้มาบางครั้งอาจไม่จาเป็นต้องหยอดต่อเนื่องจนยาหมด เช่น ยาหยอดตาสาหรับอาการระคายเคือง คันตา หรือตาอักเสบจากการติดเชื้อที่ไม่รุนแรง โดยระยะเวลาในการใช้ยาหยอดตานั้นจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์และชนิดของยา เนื่องจากยาหยอดตาบางชนิดที่ใช้ระงับอาการระคายเคือง หากใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ต้อหินหรือต้อกระจก เป็นต้น แต่ก็มียาหยอดตาหลายชนิดที่ต้องใช้ต่อเนื่องจนหมดขวด และต้องใช้เป็นประจำ เช่นยาหยอดเพื่อลดความดันตา เป็นต้น ซึ่งยาหยอดที่ต้องใช้ต่อเนื่อง 1 ขวด มักใช้หมดภายใน 1 เดือน

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ยาที่เท/ตวงมาเกิน สามารถเทกลับได้หรือไม่

วิธีการที่จะลดหรือป้องกันปัญหาดังกล่าว ประการแรกขึ้นกับการเลือกอุปกรณ์ตวงยาที่สอดคล้องกับขนาดที่ต้องการ ประการต่อมา ช้อนชาหรือถ้วยตวงต้องสะอาด ประการที่สาม ค่อย ๆรินยา หากเท หรือตวงยามาเกินในขั้นตอนนี้สามารถที่จะริน/เทกลับได้ การดูดยาโดยใช้กระบอกจุ่มลงในขวดยา จะมองปริมาตรลำบาก จุ่มตื้นจุ่มลึกเท่าใด และหากดูดขึ้นดูดลง ก็เป็นความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ดังนั้นจึงมักพบมีการแบ่งยาออกมาใส่ถ้วยตวงเพื่อใช้กระบอกดูดยา ก็ควรแบ่งมาตามปริมาตรหรือขนาดยาที่ต้องการแล้วใช้กระบอกดูดยาจากถ้วยแบ่ง ที่เหลือไม่ควรเทกลับในขวดยา ให้ทิ้งยา หลีกเลี่ยงการเทกลับลงไปในขวดเพราะอาจทำให้เกิดการปนเปื้อนและมีผลต่อความคงตัวของยาได้ แม้ว่าภาชนะที่ใช้ตวงจะมีการทำความสะอาดแล้ว สำหรับหลอดหยดที่ติดมากับยาน้ำสำหรับเด็กบางขนาน ใช้ดูดและหยดยาเมื่อต้องการ หลีกเลี่ยงการใช้หลอดหยดนั้นดูดยา หยอดยาใส่ปากเด็ก และนำมาปิดขวดแทนฝายาที่มีแต่เดิมเพราะเป็นการปนเปื้อน