ยาเม็ดเคลือบฟิล์มจะเคี้ยวหรือบดได้หรือไม่
คำตอบคือ...... ไม่ได้..ครับ ความสำคัญของการ เคลือบฟิล์มในยาเม็ดเคลือบ ส่วนมากจะทำเพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ที่สำไส้ เนื่องมาจากตัวยาระคายเคืองกระเพาะอาหารหรืออาจเสื่อมสลายโดยกรด ในกระเพาะอาหาร ดังนั้นการบดเคี้ยว หรือแม้กระทั่งการหักแบ่งยาเม็ดเคลือบฟิล์ม โดยเฉพาะโดยเฉพาะที่มุ่งหมายให้ออกฤทธิ์ที่ลำไส้ จึงทำให้คุณสมบัตินั้นเสียไป ส่งผลให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารไได้จากการเคี้ยวยา ดังกล่าวบ่อยครั้ง หรือกรดในกระเพาะก็จะทำลายฤทธิ์ของยาลง (อย่างไร ก็ตามหากเป็นผู้สูงอายุไม่ต้องห่วงเรื่องบดเคี้ยวเพราะยาแข็งมาก) มีปัจจัยสาเหตุ มากมายที่ส่งผลใหจำเป็นต้องบดยาให้ผู้ป่วย เช่น ผู้ป่วยที่รับประทานอาหาร หรือกลืนไม่ได้ ใส่ท่อสายยางให้อาหาร ยาเม็ดขนาดใหญ่ ผู้ป่วยที่ไม่ยอม รับประทานยา ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว เป็นต้น อย่างไรก็ตามเป็นบทบาทของเภสัชกร ในการประสานกับบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาลว่ายารายการใดบดได้ หรือรายการใดบดไม่ได้ เพื่อเลี่ยงไปใช้ในรูปแบบอื่นๆที่เหมาะสมมากกว่า
รูปแบบยาที่ไม่ควรหักแบ่ง บด เคี้ยวหรือทำให้เม็ดยาแตก ได้แก่
ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน (extended-release tablet) เนื่องจาก เป็นยาเม็ดที่ออกแบบมาเพื่อให้ออกฤทธิ์โดยปลดปล่อยยาสู่ร่างกายทีละน้อยโดยการเคลือบฟิล์มเป็นตัวควบคุมการปลดปลอ่ยตัว ยาจากเม็ดยา ดังนั้นเมื่อบดเคี้ยวเม็ดยาจะทำให้การควบคุมการปลดปล่อยตัวยาเสียไป ยาก็จะทะลักออกมา จำนวนมาก ทำให้อาจเป็นพิษ หรือระยะเวลาในการควบคุมอาการสั้นลง ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ยาเม็ดชนิดแตกตัวในลำไส้ (enteric-coated tablet) เป็น รูปแบบยาทป้องกัน การแตกตัวในกระเพาะอาหารแต่ให้แตกตัว และดูดซึมในลำไส้เล็ก ก็เพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรือป้องกันยาถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะอาหาร •
ยาเม็ดเคลือบน้ำตาล (Sugar coating tablet) ยาบางชนิด มีรสชาติไม่ดีจึงจำเป็นต้องเคลือบเพื่อกลบรสชาติของยาด้วย น้ำตาล การบดจะทำใหการกลบรสเสียไปทำให้ผู้ป่วยได้รับรสชาติ ที่ไม่ดีของยา เช่น ยา Ciprofloxacin อย่างไร ก็ตามหากเป็นยากลุ่มนี้ ในทางปฏิบัติหากเป็นผู้ป่วยที่ให้ผ่าน สายให้อาหารก็สามารถที่จะบดได้เพราะอย่างไรก็ไม่ได้รับรู้รสอยู่แล้ว
สำหรับโรงพยาบาลจะมีการบดยาสำหรับผู้ป่วยที่คาสายยางให้อาหาร เป็นประจำทุกวัน ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมาคือการบดยาพร้อมกันหลายขนาน ซึ่งยาอาจไม่เข้ากันหรือไม่ถูกกันทางกายภาพและบ่อยครั้งโกร่งที่ใช้ บดยาจะใช้ซ้ำๆ เกิดการปนเปื้อน และอาจนำไปสู่การแพ้ยาสำหรับผู้ป่วย บางรายได้
Medtang
Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บดยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บดยา แสดงบทความทั้งหมด
วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564
ยาเม็ดเคลือบฟิล์มจะเคี้ยวหรือบดได้หรือไม่
วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
จะรู้ได้อย่างไรว่า ยาตัวไหนหักแบ่งได้ หรือไม่ได้ หรือบดได้ไหม
โดยส่วนใหญ่ไม่แนะนําให้หักยาหรือบดยา เพราะยาอาจเสื่อมสภาพได้ง่ายขึ้นทั้ง
จากแสงและความชื้น นอกจากนี้การหักแบ่งยา ยังทําให้ได้รับยาในขนาดที่ไม่เท่ากันในแต่
ละครั้งได้ อย่างไรก็ตามมียาบางประเภทที่ห้ามบด ห้ามแบ่งโดยเป็นยาที่อยู่ในรูปแบบออก
ฤทธิ์นานหรือค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยา ข้อสังเกตของยากลุ่มนี้ก็คือ มักจะมีสัญลักษณ์เป็น
ตัวอักษร Modified release (MR), extended release (ER), Sustained release
(SR), Controlled-release (CR) ด้านหลังชื่อยา เป็นสิ่งบ่งบอกว่ายาดังกล่าวอยู่ในรูปที่
ค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยา ยากลุ่มนี้ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อความสะดวกในการรับประทาน
ของผู้ป่วยโดยลดจํานวนครั้งต่อวันที่ต้องรับประทานยา เช่น ปกติต้องรับประทาน 3 มื้อ ก็
ลดลงเหลือมื้อเดียวต่อวัน แต่ให้ผลการรักษาเทียบเท่ากัน เป็นต้น หรืออยู่ในรูปแบบที่
พร้อมละลายทันทีเช่นยาทางจิตเวช ดังนั้น หากบดหรือหักยาอาจทําให้การปลดปล่อยยา
เปลี่ยนแปลง ยาจะไม่อยู่ในรูปค่อย ๆ ปลดปล่อย แต่จะออกมาในครั้งเดียว ส่งผลให้ผู้ป่วย
อาจได้รับยามากเกินไปในครั้งเดียว มีผลกระทบต่อการรักษาและเป็นอันตราย หรือยาอาจ
ชื้นไม่ได้ผล อย่างไรก็ตามยาในรูปแบบนี้บางตัวก็สามารถหักแบ่งได้ เช่น ยา Theo-dur SR
200 mg สามารถแบ่งครึ่งเม็ดได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับกระบวนการในการผลิตยาแต่ละตัว เภสัชกร
จะเป็นผู้ให้ข้อมูลว่ายารายการใดห้ามหักแบ่ง หรือห้ามบด หรือห้ามละลายน้ําก่อน
รับประทาน หากไม่มั่นใจจึงควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง
จากแสงและความชื้น นอกจากนี้การหักแบ่งยา ยังทําให้ได้รับยาในขนาดที่ไม่เท่ากันในแต่
ละครั้งได้ อย่างไรก็ตามมียาบางประเภทที่ห้ามบด ห้ามแบ่งโดยเป็นยาที่อยู่ในรูปแบบออก
ฤทธิ์นานหรือค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยา ข้อสังเกตของยากลุ่มนี้ก็คือ มักจะมีสัญลักษณ์เป็น
ตัวอักษร Modified release (MR), extended release (ER), Sustained release
(SR), Controlled-release (CR) ด้านหลังชื่อยา เป็นสิ่งบ่งบอกว่ายาดังกล่าวอยู่ในรูปที่
ค่อย ๆ ปลดปล่อยตัวยา ยากลุ่มนี้ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อความสะดวกในการรับประทาน
ของผู้ป่วยโดยลดจํานวนครั้งต่อวันที่ต้องรับประทานยา เช่น ปกติต้องรับประทาน 3 มื้อ ก็
ลดลงเหลือมื้อเดียวต่อวัน แต่ให้ผลการรักษาเทียบเท่ากัน เป็นต้น หรืออยู่ในรูปแบบที่
พร้อมละลายทันทีเช่นยาทางจิตเวช ดังนั้น หากบดหรือหักยาอาจทําให้การปลดปล่อยยา
เปลี่ยนแปลง ยาจะไม่อยู่ในรูปค่อย ๆ ปลดปล่อย แต่จะออกมาในครั้งเดียว ส่งผลให้ผู้ป่วย
อาจได้รับยามากเกินไปในครั้งเดียว มีผลกระทบต่อการรักษาและเป็นอันตราย หรือยาอาจ
ชื้นไม่ได้ผล อย่างไรก็ตามยาในรูปแบบนี้บางตัวก็สามารถหักแบ่งได้ เช่น ยา Theo-dur SR
200 mg สามารถแบ่งครึ่งเม็ดได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับกระบวนการในการผลิตยาแต่ละตัว เภสัชกร
จะเป็นผู้ให้ข้อมูลว่ายารายการใดห้ามหักแบ่ง หรือห้ามบด หรือห้ามละลายน้ําก่อน
รับประทาน หากไม่มั่นใจจึงควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

