Medtang

Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาอมใต้ลิ้น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาอมใต้ลิ้น แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

ยาอมใต้ลิ้นและกระพุ้งแก้ม (Sublingual and buccal tablets)

 ยาอมใต้ลิ้นและกระพุ้งแก้ม (Sublingual and buccal tablets)


ยาอมใต้ลิ้น จะใช้สำหรับอมหรือวางไว้ใต้ลิ้น ยาที่นิยมทำในรูปแบบนี้ มักเป็นยาที่ใช้ในโรคระบบหลอดเลือดและหัวใจ เช่นยาแก้ปวดเค้นอกอัน เนื่องจากหลอดเลือดหัวใจตีบ 

โดยยามีผลให้หลอดเลือดดำและแดงคลายตัว ลดภาระของหัวใจ ความต้องการออกซิเจนของกล้ามเนื้อหัวใจก็ลดลงอาการ ปวดจึงลดลงตาม ยาเม็ดชนิดนี้จะออกฤทธิ์โดยยาจะเกิดการละลายภายใน ปากใต้ลิ้น แล้วถูกดูดซึมผ่านเข้าเยื่อบุช่องปากเข้าสู่หลอดเลือดจำนวนมากที่ อยู่ใต้ลิ้น (ลองกระดกลิ้นและส่องกระจกดู)เข้าสู่กระแสเลือดและไปที่หัวใจ ได้ทันทีโดยไม่ต้องแวะเวียนไปตับหรืออวัยวะอื่นๆ ก่อน เพราะจะไม่ทันการ 

ยาอมใต้ลิ้นหลายคนอาจจะพบเห็นได้บ่อยในคนไข้โรคหัวใจ ตามที่กล่าวแล้ว เม็ดยาขนาดเล็กนี้เอาไว้อมใต้ลิ้นขณะผู้ป่วยมีอาการแน่นหน้าอก เม็ดยา จะเกิดการละลายและดูดซึมเพื่อบรรเทาอาการแน่นหน้าอกได้อย่างรวดเร็ว หากไม่ดีขึ้นสามารถอมซ้ำได้ภายใน 5 นาทีอีก 2 ครั้ง หากว่าอาการยังไม่ดี ขึ้น ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล สำหรับยาอมกระพุ้งแก้ม ก็มี จุดมุ่งหมายของการตั้งตำรับเหมือนกัน คือตัวยาสามารถซึมผ่านเยื่อบุช่องปาก เข้าสู่กระแสเลือดผ่านหลอดเลือดฝอย จำนวนมากที่อยู่ในช่องปาก ยาอมชนิดนี้ จะอมอยู่ระหว่างกระพุ้งแก้มด้านบนกับเหงือก ปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบยา นี้ในลักษณะที่วางติดกับเยื่อบุข้างแก้ม และให้ตัวยาค่อยๆ ปลดปล่อยออกมา



วันพุธที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ยาอมใต้ลิ้น กลืนแทนได้ไหม ห้ามกลืนน้าลายด้วยหรือไม่

การบริหารยาอมใต้ลิ้นห้ามเคี้ยว หรือกลืนเม็ดยาทั้งเม็ดลงไปในกระเพาะอาหาร แต่จะใช้วิธีการปล่อยให้ยาค่อยๆ ละลายและดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดใต้ลิ้นจนหมด และไม่ควรกลืนหรือบ้วนน้ำลายทิ้ง ทั้งนี้เนื่องจากต้องการให้ยาดูดซึมผ่านเข้าสู่เส้นเลือดใต้ลิ้นและออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วและมากที่สุด การกลืนน้ำลายจะทำให้ยาที่จะดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดใต้ลิ้นลดน้อยลงซึ่งอาจทำให้การใช้ยาไม่ได้ผล เมื่อวางยาใต้ลิ้นเพื่อลดการกระตุ้นน้ำลาย ให้ทำปากนิ่ง ไม่ควรขยับปาก หรือเคลื่อนไหวลิ้นไปมา ตัวอย่างยาอมใต้ลิ้น เช่น ยาอมใต้ลิ้นไอโสซอร์ไบด์ ไดไนเตรต ขนาด 5 มิลลิกรัมที่ใช้รักษาอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลันจากภาวะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องการการรักษาอย่างเร่งด่วน เมื่ออมยาใต้ลิ้นยาที่ละลายจะถูกดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดใต้ลิ้นและไปยังหัวใจโดยตรงจึงทำให้ยาออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้ากลืนยาทั้งเม็ดจะต้องใช้เวลานานกว่าที่ยาจะไปยังเส้นเลือดหัวใจ เพราะยาต้องผ่านกระบวนการดูดซึม และหลังจากการดูดซึมก็ต้องส่งผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอนก่อนที่ยาจะถูกส่งไปยังตำแหน่งที่ออกฤทธิ์


ยาอมใต้ลิ้นดังกล่าว เมื่ออมใต้ลิ้นจะรู้สึกซ่าเล็กน้อย แต่หากมีอาการรุนแรง เช่น ปวดหัว หน้าแดง มึนงง ใจสั่น หรือหน้ามืดเมื่อเปลี่ยนท่าทาง เวียนศรีษะ สับสน ให้แจ้งแพทย์

จากฉลากจะเห็นเครื่องหมายสามเหลี่ยม และระบุว่าต้องติดตาม ยารายการใดที่มีเครื่องหมายดังกล่าวจะต้องสังเกตตนเอง ว่าภายหลังรับประทานยาแล้วเกิดอาการผิดปกติหรือไม่ หากเกิดอาการดังกล่าวให้กับไปโรงพยาบาลแจ้งแพทย์ เภสัชกร เพื่อแก้ไข เภสัชกรจะรายงานไปสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อเป็นข้อมูลความปลอดภัย

ยาอมใต้ลิ้นต้องวางตาแหน่งไหน เปลี่ยนเป็นอมข้างแก้มได้หรือไม่

ยาอมใต้ลิ้นวิธีการใช้ที่ถูกต้อง คือ การบริหารยาโดยกระดกลิ้นขึ้น และวางไว้ใต้ลิ้นแล้วปล่อยให้ตัวยาค่อยๆ ละลายและดูดซึมเข้าสู่เส้นเลือดใต้ลิ้นจนหมด แต่ในบางรายหากมีความจำเป็นหรือไม่สามารถอมใต้ลิ้นได้อาจใช้วิธีการอมไว้ข้างกระพุ้งแก้ม แต่อย่างไรก็ตามจากหลักฐานทางวิชาการพบว่าการอมใต้ลิ้นจะมีอัตราการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วกว่า ดังนั้นหากเป็นยาอมใต้ลิ้นที่ต้องใช้ในภาวะฉุกเฉินและต้องการการออกฤทธิ์ที่รวดเร็วจึงแนะนำให้บริหารยาโดยการอมใต้ลิ้น