Medtang

Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาเสื่อมคุณภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยาเสื่อมคุณภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2564

ยาเหลือใช้ คืออะไร เคยได้ยิน ยาขยะ เหมือนกัน หรือต่างกันอย่างไร

 ยานับเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สําคัญ ทุกบ้านจึงมักมียาไว้ประจําบ้านทั้งเพื่อ รักษาการเจ็บป่วยเบื้องต้นเล็กๆน้อยๆ หรือ สําหรับการรักษาโรคประจําตัวของสมาชิกใน ครอบครัว

 ในบรรดายาที่มีไว้ในบ้านนี้ บ่อยครั้งที่ ซื้อมาเก็บไว้แล้วไม่ได้ใช้ หรืออาจเป็น เพราะว่า ผู้ป่วยที่เคยใช้ยาชนิดนี้ แพทย์ได้เปลี่ยนแปลงการรักษา มีการเปลี่ยนยาชนิดใหม่ ทําให้ยาเดิมที่เหลืออยู่ไม่ได้ใช้ 

หรือ อาจเกิดจากผู้ป่วยที่เคยใช้ยานี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว ทําให้ เหลือยาของผู้ตายคนนี้อยู่ หรือ ยากลุ่มที่ใช้บรรเทาอาการ เช่น ปวดหัว ปวดฟัน ฯลฯ เมื่อ หายปวดแล้ว ก็ไม่ได้ใช้ยา จึงมียาที่เหลืออยู่เช่นกัน 

บางครั้งยามีเทคนิคการใช้เฉพาะ ยา บางขนานแกะยายากไม่รู้ว่าจะแกะอย่างไร ก็เลยไม่ใช้ และก็ไม่กล้าแจ้งแพทย์ว่าใช้ไม่เป็น แกะยาไม่ได้ รวมทั้งที่พบบ่อยไม่แพ้กันคือผู้ป่วยไม่ได้ใช้ยาตามสั่ง 

โดยมีปัจจัยสาเหตุที่หลากหลายเช่น ลืม รับประทานแล้วรู้สึกไม่ดี ก็ไม่ใช้ และไม่กล้าแจ้งแพทย์ ไม่ได้ใช้ใน ขนาดที่แพทย์สั่ง และแพทย์ให้มามากเกิน เกิดการสะสมเรื่อย ๆ 

นอกจากนี้ยังอาจ ครอบคลุมยาที่เสื่อมสภาพ หมดอายุ ยาเหล่านี้ทั้งหมดเรียกรวมกันว่า “ยาเหลือใช้”  

ส่วน ยาขยะ มีความหมายคล้ายคลึงกันกับยาเหลือใช้ แต่จะแคบกว่าโดยเน้นว่า “ขยะ” เป็นยาที่ไม่มีประโยชน์แล้ว ไม่ควรหรือไม่สามารถนํามาใช้ได้อีก เป็นยาหมดอายุ ยาเสื่อมคุณภาพที่ยังคงเก็บไว้ ลืม หรือไม่ได้ทิ้ง 

ดังนั้น ยาเหลือใช้ จึงมีความหมายกว้าง กว่า ยาขยะ คือ ครอบคลุมทั้งยาที่ยังใช้ได้และใช้ไม่ได้ 

แต่ ยาขยะ จะหมายถึง ยาที่ใช้ไม่ได้แล้ว

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

ยาที่ตกตะกอนแปลว่าเสื่อมหรือไม่ จะบอกได้อย่างไรว่ายาน้าเสื่อมคุณภาพ

ไม่จำเป็นครับ จะมียาน้ำบางประเภท เช่น ยาน้ำแขวนตะกอน (suspension) ได้แก่ ยาคาลาไมน์ ที่เป็นยาแก้ผดผื่นคัน ยาน้ำลดกรดที่มีจำหน่ายในหลายชื่อ ที่เมื่อตั้งทิ้งไว้จะสังเกตเห็นว่ามีการแยกชั้นเกิดขึ้น แต่เมื่อเขย่าสักครู่ยาจะกลับมาเป็นเนื้อเดียวกันได้ แสดงว่ายาไม่เสื่อม สาเหตุที่ต้องทำเป็นยาน้ำแขวนตะกอน คือตัวยาสำคัญมักไม่ละลายน้ำ หรือไม่คงตัว หรืออาจมีรสชาติไม่อร่อย วิธีสังเกตง่ายๆ สำหรับยาน้ำแขวนตะกอนว่าเสื่อมหรือไม่ คือให้ลองเขย่าแรงๆสักครู่ หากยากลับมาเป็นเนื้อเดียวกันแสดงว่ายังใช้ได้ แต่หากยาไม่กลับมาเป็นเนื้อเดียวกันหรือตะกอนยังเกาะกันแน่นที่ก้น แสดงว่ายาเสื่อมแล้วให้ทิ้งไป นอกจากนี้ยาน้ำบางประเภท เช่น ทิงเจอร์ ยาธาตุน้ำแดง ยาแก้ไอน้ำดำ ยาน้ำแผนโบราณ ยาน้ำสตรีต่าง ๆ เป็นต้น ยาเหล่านี้มักมีตะกอนเบา ๆ ของตัวยาที่เป็นสมุนไพร หรือสารสกัดของสมุนไพร แขวนลอยอยู่ ส่งผลให้มีลักษณะขุ่น ไม่ใส เป็นลักษณะของยา ไม่ใช่ยาเสื่อม ในการเก็บยาเหล่านี้การดูตะกอนอาจบอกไม่ได้ว่ายาเสื่อมหรือไม่ ต้องใช้การสังเกตอื่น ๆ เช่น สี หรือ กลิ่น หรือรส เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ยาน้ำบางประเภทที่แต่เดิมเป็นยาน้ำใส เช่น ยาน้ำขับลมเด็ก หรือเป็นยาน้ำเชื่อมเช่น พาราเซตะมอลน้ำเชื่อม ยาน้ำเชื่อมแก้ไอ หากเก็บไว้แล้วพบว่ามีตะกอนเกิดขึ้น หรือขุ่น หรือเหมือนมีเยื่อเบาๆ ลอยอยู่ หรือสี กลิ่น รสเปลี่ยนไป แสดงว่ายาเสื่อมสภาพหรือยาเสียแล้วให้ทิ้งทันที