Medtang
Custom Search
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แพ้ยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แพ้ยา แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554
แพ้ยาเกิดจากความบกพร่องของโรงพยาบาลหรือไม่
มีความแตกต่างกันเกี่ยวกับความหมายของคำ 2 คำด้วยกัน คือ การแพ้ยาและอาการข้างเคียงของยา ซึ่งการแพ้ยาเช่น ช็อค หมดสติเฉียบพลัน แพ้ยาทางผิวหนังรุนแรงที่เรียกว่า กลุ่มอาการสตีเวนส์ จอห์นสัน เป็นต้น เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่สามารถคาดการณ์ได้เลยว่ามันจะเกิด กรณีนี้จะไม่เกี่ยวของกับกลไกการออกฤทธิ์ของยาโดยตรง ส่วนอาการข้างเคียงจากยานั้นเป็นสิ่งที่สามารถคาดการณ์ได้ว่าอาจจะเกิดเนื่องจากเราทราบว่ายาจะไปมีผลต่ออะไรบ้าง หรือไปทำงานอย่างไร หรือกล่าวได้ว่ามีความสัมพันธ์กับกลไกการออกฤทธิ์ของยา เช่น ง่วงนอนจากยาแก้แพ้/ยาทางจิตเวช ใจสั่น ไอ มึนงงจากยาลดความดัน เบื่ออาหาร คลื่นใส้ จากยาหลายรายการ เป็นต้น เพราะฉะนั้นในกรณีที่ผู้ป่วยมีการแพ้ยาเกิดขึ้นในครั้งแรกมันก็เป็นสิ่งที่เราไม่ได้จงใจให้มันเกิดขึ้น ไม่มีใครทราบเลยว่ายาตัวนี้ถ้าใครรับประทานเข้าไปแล้วจะมีอาการแพ้เกิดขึ้น ทั้งนี้ผู้ป่วยแต่ละรายจะมีการตอบสนองต่อยานั้นๆ แตกต่างกันเพราะฉะนั้นในการแพ้ยาครั้งแรกจึงถือว่าไม่ใช่ความผิดหรือความบกพร่องของโรงพยาบาล ในขณะเดียวกันหากผู้ป่วยมีประวัติเคยแพ้ยามาก่อนและโรงพยาบาลก็มีข้อมูลการแพ้ยาของผู้ป่วยอยู่แล้ว หากมีการสั่งใช้ยาดังกล่าวแล้วเกิดการแพ้เกิดขึ้น จะเรียกว่าแพ้ยาซ้ำ อันนี้ถือว่าเป็นความคลาดเคลื่อนหรือบกพร่องของโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามในกรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยามาก่อน ไม่ได้เป็นผู้รับบริการเดิม เมื่อมารับบริการก็ไม่ได้แจ้งให้ทางโรงพยาบาลทราบ เมื่อมีการใช้ยาดังกล่าว แล้วเกิดการแพ้ซ้ำขึ้น ก็ต้องนับว่าโรงพยาบาลอาจปฏิบัติงานคลาดเคลื่อนที่ไม่มีการสอบถามผู้ป่วยทุกครั้งที่มารับบริการ และเช่นเดียวกันผู้รับบริการเองก็ไม่ได้ตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจึงไม่ได้แจ้งทางโรงพยาบาล อันนี้ก็คงต้องว่าไปตามข้อมูลแต่ละครั้ง เห็นด้วยแล้วใช่ไหมครับว่า เมื่อไปรับบริการด้านการรักษาพยาบาล ไม่ว่าที่ใดก็ตาม ควรนำบัตรแพ้ยาติดตัวไปด้วย พร้อมกับแจ้งแพทย์ทุกครั้งด้วยหากสามารถทำได้ เพราะพึงระลึกเสมอว่า “แพ้ยาซ้ำ อาจตายได้”
ทำไม ต้องถามเรื่องแพ้ยาทุกครั้ง
เรื่องแพ้ยา บ่อยครั้งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และหากผู้ป่วยเคยได้รับยาขนานใด ขนานหนึ่งแล้วแพ้รุนแรง เป็นผลให้ต้องกลับมารับการรักษาในโรงพยาบาล หากได้รับยาดังกล่าวซ้ำเข้าไปเมื่อรับการรักษาในครั้งใหม่ อาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงตายได้ บุคลากรการแพทย์จึงจำเป็นที่จะต้องถามเรื่องแพ้ยาทุกครั้ง เพราะกลัวการแพ้ยาซ้ำ และหากจำไม่ได้ ควรนำบัตรแพ้ยาติดตัว ใส่ในกระเป๋าเงิน หรือสิ่งที่ถือเป็นประจำ เพื่อเป็นการส่งต่อข้อมูลให้บุคลากรการแพทย์ มีบางรายไปโรงพยาบาลในขณะที่ไม่รู้สึกตัว แพทย์มีความจำเป็นที่ต้องให้ยาปฏิชีวนะ ปรากฎว่าผู้ป่วยเกิดการแพ้ยาดังกล่าวซ้ำ เนื่องจากบุคลากรการแพทย์ไม่ได้รับข้อมูล หรือไม่สามารถเข้าถึงข้อมูล การพกบัตรติดตัว ก็อาจเป็นการส่งต่อข้อมูลให้หมอได้ เพื่อความปลอดภัยตนเอง ดังนั้นคราวนี้ถ้าแพทย์ เภสัชกร หรือพยาบาลสอบถามว่าเคยแพ้ยาอะไร เราก็จะได้ตอบอย่างไม่หงุดหงิดว่า แพ้ยาหรือไม่แพ้ยา เพราะคุณหมอเหล่านั้นคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเรานั่นเอง
ถ้าแพ้อาหารทะเล จะแพ้ยาอะไรไหม
การแพ้อาหารทะเล เช่น กุ้ง ปู กั้ง หอย เกิดจากแพ้โปรตีนจากเปลือกสัตว์เหล่านั้น หรือโปรตีนที่อยู่ในเนื้อ ไม่ได้เกิดจากการแพ้ธาตุไอโอดีน การแพ้อาหารทะเลยังรวมความถึงการแพ้ปลาทะเลด้วย ซึ่งผู้ที่แพ้อาหารดังกล่าวเมื่อเกิดขึ้นครั้งหนึ่งควรหาสาเหตุให้ได้ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับอาหารประเภทใด ผู้ที่แพ้อาหารทะเลประเภทปลา ก็ไม่เกี่ยวข้องกับแพ้อาหารทะเลประเภทกุ้ง ปู หอย เพราะอาจแพ้โปรตีนในกล้ามเนื้อที่ต่างประเภทกัน หรือแพ้โปรตีนในเปลือกกุ้ง ซึ่งก็ไม่พบในเนื้อปลา หรืออาจแพ้ทั้งสองประเภทร่วมกันได้ ปัจจุบันพบว่าผู้รับบริการที่มาโรงพยาบาลมีการรายงานการแพ้อาหารทะเลเพิ่มมากขึ้น และมีพบว่าเกิดการแพ้ซ้ำขึ้น สำหรับผู้ที่แพ้อาหารทะเลจึงควรระวังการใช้ยาที่ผลิตจากเปลือกของสัตว์ทะเลที่เป็นสาเหตุของการแพ้ เช่น ยากลูโคซามีน ซึ่งเป็นยารักษาข้อเข่าเสื่อม ช่วยเพิ่มน้ำในไขข้อ สกัดมาจากเปลือกสัตว์ทะเล จำพวก กุ้ง ปู จึงควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่แพ้อาหารทะเล หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ ที่มักมีส่วนประกอบของเปลือกสัตว์ทะเล เช่น มีส่วนประกอบของไคโตซานซึ่งเป็นสารโพลิเมอร์ชีวภาพที่สกัดจากไคติน เป็นโครงสร้างของเปลือกกุ้ง กระดองปู แกนปลาหมึก เป็นต้น ในกรณีหลังค่อนข้างเป็นปัญหาเพราะปัจจุบันมีการนำไคโตซานมาใช้กว้างขวางในหลายอุตสาหกรรม ในด้านการแพทย์มีการใช้ในการห้ามเลือด พลาสเตอร์ หรือเป็นอาหารเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการ “ดักจับไขมัน” ในร่างกายเพื่อลดคอเลสเตอรอล หรือใช้ในทางเกษตร เช่น เร่งการเติบโตในพืช สัตว์ ใช้เคลือบผลไม้เพื่อยืดอายุการเก็บ หรือแม้แต่ในเครื่องสำอาง อย่างไรก็ตามข้อมูลผู้ที่แพ้อาหารทะเล หากใช้หรือเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ ไคติน-ไคโตซานจะเกิดอาการไม่พึงประสงค์ตามมาหรือไม่ ยังไม่มีการรายงานชัดเจน แต่อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าการแพ้อาหารทะเลไม่ได้เกิดจากการแพ้ไอโอดีน ดังนั้นยาบางตัวที่มีไอโอดีนผสมอยู่ คนที่แพ้อาหารทะเลสามารถใช้ได้ เช่น ยารักษาหัวใจเต้นผิดจังหวะ (อะมิโอดาโรน) ยารักษาไทรอยด์เป็นพิษแบบรุนแรง (โพแทสเซียม ไอโอไดด์) หรือสารทึบรังสี ที่มักใช้ในการตรวจทางรังสีวิทยา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)